การสร้างความผูกพัน ภูมิคุ้มกันทางจิตใจ
ระยะตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ถึงอายุ 5 ปี เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด ของการสร้างรากฐาน ชีวิตจิตใจของมนุษย์ นอกจากร่างกาย และสมองจะเจริญเติบโตสูงสุด ในช่วงนี้ เด็กยังมีความรู้สึก รับรู้สัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง กายสัมผัส และยังเลียนแบบอย่าง ตั้งแต่แรกเกิด เด็กเล็กๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ การเลี้ยงดู และภาวะแวดล้อมได้เร็ว และฝังลึกในจิตใจ
การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ก่อให้เกิดจุดเริ่มต้นของความผูกพัน ซึ่งผู้ปกครองสามารถสร้างความรักความผูกพันผ่านทางการให้อาหาร การสัมผัสโอบกอด การสื่อสารพูดคุย การมองและการพูดคุยเล่านิทาน เล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ให้แก่เด็ก ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์
และพัฒนาทักษะทางสังคม
หากการเลี้ยงดูเด็กวัยนี้ ผู้ปกครองให้ความรักเอาใจใส่ ใกล้ชิด อบรมเลี้ยงดู โดยเข้าใจดูแลอย่างใกล้ชิดให้มีความสมดุลกันทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และสังคมแล้ว เด็กก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงใฝ่รู้และใฝ่ดี พร้อมที่จะเติบโตพัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ให้เป็นคนเก่ง คนดี อยู่อย่างมีความสุขและไม่ลืมที่จะเผื่อแผ่ความช่วยเหลือให้กับผู้อื่นในสังคมด้วย
ผู้ปกครองควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก ซึ่งจำเป็นต้องให้เวลาและเอาใจใส่อย่างสมํ่าเสมอ เพื่อสร้างความผูกพัน ระหว่างกัน ความมั่นคงทางใจ ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันทางจิตใจจะมีความสำคัญต่อชีวิตของเด็กมาก
แนวทางปฏิบัติการสร้างความผูกพัน ภูมิคุ้มกันทางจิตใจ
|
วิธีการ
|
ถ้าได้รับการปลูกฝัง
|
ถ้าไม่ได้รับการปลูกฝัง
|
|
รักและเอาใจใส่เด็ก
สายผูกพัน
|
เด็กจะเติบโตเป็นคนที่มี
มนุษยสัมพันธ์ที่ดี
จิตใจมั่นคงเชื่อมั่นในตัวเอง
มีอารมณ์สุขุม หนักแน่น
|
เด็กจะไม่เกิดความผูกพันและ
ไม่ไว้วางใจผู้อื่น
ขาดความอบอุ่น
ขาดความมั่นคงทางใจ
และมีแนวโน้มที่จะมี
อารมณ์หวั่นไหวง่าย
|
|
ให้เด็กมีโอกาส
ช่วยเหลือตนเอง
|
เด็กจะรู้จักคิด
รู้จักทำ
มีความรับผิดชอบ
และรู้จักพึ่งพาตนเอง
|
เด็กจะกลายเป็นคนทำอะไรไม่เป็น
แก้ปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้
ความรับผิดชอบไม่ดี
เป็นภาระของพ่อแม่
|
|
ให้เด็กรู้จักรอคอย
อดทน
และอดกลั้น
|
เด็กจะมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดี
มีความยับยั้งชั่งใจ
ต่อสิ่งล่อใจหรือสิ่งที่มายั่วยุได้
ตัดสินใจได้ว่าสิ่งใดควรกระทำ
สิ่งใดไม่ควรกระทำ
และเคารพในกฎเกณฑ์ของสังคม
|
เด็กมักจะเติบโตเป็นคน
เอาแต่ใจตัวเอง
อารมณ์เสียง่าย
เครียดง่าย ทุกข์ง่าย
ทำใจไม่ได้
ระงับอารมณ์ไม่ได้เมื่อผิดหวัง
เสียหน้าหรือไม่ได้อะไรดังใจ
|
|
ให้เด็กรู้จักปรับตัว
เผชิญ
และแก้ปัญหาด้วยตนเอง
|
เด็กจะมีความมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ
รู้จักพลิกแพลงแก้ไขปัญหา
อย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
|
เด็กจะกลายเป็นคนขาด
ความพยายาม ไม่อดทน
ขาดความกระตือรือร้น
ท้อถอยง่ายเมื่อเผชิญปัญหา
|
|
ให้เด็กมีโอกาสได้เล่น
|
เด็กจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น
ฝึกยอมรับ และแก้ไขความผิดพลาด
รู้จักมีอารมณ์ขันและสนุก
เบิกบาน
ได้เรียนรู้การเป็นผู้นำผู้ตาม
และ
การร่วมงานกับผู้อื่น
ซึ่งจะนำไป
ใช้ในชีวิตจริง
|
เมื่อโตขึ้นมักจะเข้าสังคมยาก
ไม่รู้จักกติกา
ของสังคม ไม่รู้แพ้
รู้ชนะ รู้อภัย
ขาดความกระฉับกระเฉง
ในการทำงานและ
การเรียนรู้ชีวิต
|
|
ให้เด็กรู้จักให้ รู้จักช่วยเหลือ
และเข้าใจผู้อื่น
|
เด็กจะเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ
และสามารถประสาน
ความร่วมมือกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น
|
เด็กจะเป็นคนที่นึกถึงแต่ตัวเอง
เป็นใหญ่ใจคอคับแคบ
ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
และเข้ากับคนอื่นได้ยาก
|
ที่มา: คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด - 5ปี สำหรับผู้ปกครอง, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, หน้า 16 - 17



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น